หน้าหลัก เกรียต์ประวัติการรบ ประวัติของหน่วย ทำเนียบผู้บังคับบัญชา ผบ.ร้อยและฝ่ายอำนวยการ ข่าวสารประชาสัมพันธ์ ติดต่อเรา
 
  กองพันทหารปืนใหญ่ที่ ๑๓ "เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน"  

 

พ.ศ. 2436 (ร.ศ.112) ประเทศไทยได้เผชิญกับวิกฤติการณ์การรุกรานจากฝรั่วเศส และได้จักองทหารขึ้นที่มณฑลนครราชสีมา เป็นครั้งแรกเรียกว่า "กองทหารรักษามณฑลนครราชสีมา " ประกอบด้วยทหารรวม 4 กองร้อย และทหารปืนใหญ่อีก 1 กองร้อย ซึ่งต่อมาเรียกว่า "กองทหารปืนใหญ่เมืองนครราชสีมา"
พ.ศ.2445 (ร.ศ.121) กองทหารปืนใหญ่เมืองนครราชสีมาได้จัดเป็นกรมทหารปืนใหญ่ เรียกว่า "กรมทหารปืนใหญ่ที่ 3 "
 พ.ศ.2450 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 3 เปลี่ยนชื่อเป็นกรมทหารปืนใหญ่ที่ 5 ในปีนี้กองกำลังทหารในมณฑลนครราชสีมาได้ขยาย เป็น " กองพลน้อยผสม " เรียกว่า กองพลที่ 5 ังนั้น กรมทหารปืนใหญ่ที่ 5 จึงขึ้นตรงต่อกองพลที่ 5 และปีนี้ได้แยก 1 กองร้อยปืนใหญ่ จากนครราชสีมาไปสมทบกับทหารประจำถิ่นเมืองอุดรธานี (กรมทหารราบที่ 7) ส่วนกองร้อยที่เหลือ ตั้งอยู่บริเวณข้างหนองบัว (ค่ายสุนารีปัจจุบัน)
พ.ศ. 2451 กองร้อยทหารปืนใหญ่ไปสมทบกับกรมทหารราบที่ 7 เปลี่ยนชื่อเป็นกองทหารปืนใหญ่ที่ 10 ขึ้นกับกรมทหารปืนใหญ่ ที่ 5
พ.ศ. 2454 กองทหารปืนใหญ่ที่ 10 ย้ายไปอยู่จังหวัดอุบลราชธานี
พ.ศ. 2470 กรมทการปืนใหญ่ที่ 5 จัดกำลังเป็น 2 กองพัน โดยให้กองร้อยที่อยู่เมืองนครราชสีมาแปรสภาพเป็นกองพันเรียกว่า "กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 5" และกองทหารปืนใหญ่ที่ 10 ที่ประจำอยู่อุบลราชธานี แปรสภาพเป็น "กองพันทหารปืนใหญ่ที่6"
พ.ศ.2471 กรมหารปืนใหญ่ที่ 5 เปลี่ยนชื่อเป็น "กรมทหารปืนใหญ่ที่ 3" เนื่องจากกองพลที่ 5 เปลี่ยนชื่อเป็นกองพลที่ 3 ขึ้นตรงต่อ กองทัพที่ 2 และได้ย้ายกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 6 จากอุบลราชธานีกลับมาที่นครราชสีมา
พ.ศ.2472 เปลี่ยนชื่อกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 5 เป็นกรมทหารปืนใหญ่ที่ 3 กองพันที่ 1 และ เปลี่ยนชื่อกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 6 เป็นกรมทหารปืนใหญ่ที่ 3 กองพันที่ 2
พ.ศ. 2474 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 3 ถูกยุบไป ส่วนกรมทหารปืนใหญ่ที่ 3 กองพันที่ 1 ได้แปรสภาพเป็นกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 5 และกรมทหารปืนใหญ่ที่ 5 
และกรมทหารปืนใหญ่ที่ 6 แยกการบังคับบัญชาจากกันโดยสิ้นเชิง
พ.ศ.2477 กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 5 ได้เปลี่ยนนามหน่วยเป็นกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 7 เดือนกันยายน 2586 กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 7 ซึ่งตั้งถาวรอยู่ที่ จังหวัดนครราชสีมา ได้เคลื่อนย้ายหน่วยไปตั้งอยู่ที่จังหวัดอุดรธานี โดนสร้างเป็น โรงทหารชั่วคราว อยู่ที่บริวเณข้างวัดโยธานิมิต และฝากการบังคับบัญชาไว้กับจังหวัดทหารบกอุดร
พ.ศ.2488 กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 7 แปรสภาพเป็น กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 27 ขึ้นตรงกับกรมทหารราบที่ 108 กองพลทหารราบที่ 17
พ.ศ. 2489 กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 27 แปรสภาพเป็นกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 7 ตามเดิม ต่อมาวันที่ 21 เมษายน 2489 ได้แปรสภาพกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 7 เป็นกรมทหารปืนใหญ่ที่ 3 กองพันที่ 2 ขึ้นตรงต่อ กองพลที่ 3 ตามเดิม แล้วย้ายไปที่ตั้ง ไปอยู่อาคารถาวร (อาคารเดิมของกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 22) ซึ่งเป็นที่ตั้งในค่ายประจักษ์ศิลปาคม
พ.ศ. 2495 กรทหารปืนใหญ่ที่ 3 กองพันที่ 2 แปรสภาพ เป็น กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 13
พ.ศ. 2497 กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 13 ได้แปรสภาพเป็น กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 13 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 2 ฝากการบังคับบัญชาไว้กับ กรมผสมที่ 13 อุดรธานี
พ.ศ. 2498 กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 13 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 2 ได้แปรสภาพเป็น กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 13 ขึ้นตรงต่อกรมผสมที่ 13
พ.ศ.2522 กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 13 ได้โอนการบังคับบัญชาจาก กรมผสมที่ 13 ไปขึ้นตรงต่อกรมทหารปืนใหญ่ที่ 3 จังหวัด นครราชสีมา และต่อมาได้โอนไปขึ้นอยู่ในอัตราของกรมทหารปืนใหญ่ที่ 3
พ.ศ. 2540 กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 13 ได้ย้ายที่ตั้งจาก ค่ายบประจักษ์ศิลปาคม อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานีไปอยู่ ณ ค่ายเปปเปอร์ไกร์เดอร์ ซึ่งเดิมเป็นที่ตั้งของหน่วย ส่วนแยก 202 กองบัญชาการช่วยรบที่ 2 ต่อมามีคำสั่งกองทัพบกเฉพาะ ที่ 1487/34 ลง 20 ส.ค. 34 ให้ย้ายที่ตั้งส่วนแยก 202 กองบัญชาการช่วยรบที่ 2 จากค่ายเปปเปอร์ไกร์เดอร์ ไปอยู่ ณ ที่ตั้ง ปกติถาวรของกองบัญชาการช่วยรบที่ 2 ค่ายสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา และให้กองพันทหารปืนใหญที่ 13 ซึ่งเดิม อยู่ค่ายประจักษ์ศิลปาคม อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี มาอยู่แทนเพื่อให้ใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและลดความแออัดภายใน ค่ายประจักษ์ศิลปาคม ค่ายเปปเปอร์ไกร์เดอร์ ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น ค่ายยุทธศิลป์ประสิทธิ์ ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชทานชื่อค่าย ว่า "ค่ายยุทธศิลป์ประสิทธิ์ " ตามนามของ พ.อ. ยุทธศิลป์ ประสิทธิ์ ซึ่งเป็นผู้บัญชาการกองพลอุดร ในศึกสงครามกรณีพิพาทอินโดจีน เมื่อปี 2483 ซึ่งอยู่ในสังกัดกองทัพภาคอีสาน ได้แปนสภาพเป็นกองพลที่ 3 และได้ร่วมกับกอง ทัพอีสาน ซึ่งต่อมากองทัพอีสานได้แปรสภาพเป็นกองพลที่ 3 และได้ร่วมรบกับกองทัพพายัพในสงครามมหาเอเซียบรูพาอย่างกล้า หาญ จนหน่วยทหารจากองทัพภาคอีสาน กองพันทหารราบที่ 21 ( ปัจจุบันคือ ร.13 พัน 2 ) ได้รับพระราชทานเหรียญกล้าหาญ ไว้บนธงไชยเฉลิมพลของหน่วยจนถึงปัจจุบัน

;
 

 


   

หน้าหลัก | เกียติประวัติ | ทำเนียบผู้บังคับบัญชา | ฝ่ายอำนวยการ | ข่าวสารประชาสัมพันธ์ | ศูนย์การเรียนรู้ | ห้องเรียนออนไลน์ | ติดต่อเรา